2006/Feb/16

อุปกรณ์ไฮเทค
อุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยให้โคนัน ช่วยคลี่คลายคดีได้เร็วขึ้น ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ เป็นอุปกรณ์ที่คิดค้นโดย ดร. อากาสะ ที่จัดได้ว่าสุดยอดของอุปกรณ์เลยก็ว่าได้ ยกตัวอย่างเช่น แว่นตาสะกดรอย ที่มีรัศมีในการติดตามถึง 20 กม. เป็นต้น.
อุปกรณ์ไฮเทค
หูกระต่ายเปลี่ยนเสียง (Voice-Changing Bow-Tie)

หูกระต่ายเปลี่ยนเสียง (Voice-Changing Bow-Tie) หูกระต่ายสีแดงที่โคนันมักติดคอเสื้ออยู่เสมอเป็นเครื่องมือเปลี่ยนเสียง ที่โคนันใช้เป็นประจำ เพราะโคนันไม่สามารถเปิดเผยตัวเองในการคลี่คลายคดีได้ จึงต้องยืมเสียงของคนอื่นมาพูดอีกทีหนึ่ง เสียงที่โคนันใช้ในการ เเก้ไขคดีบ่อยที่สุด คือ เสียงของโมริ โคโกโร่ (หมายเลข 59)
์นาฬิกายิงยาสลบ (Stun-Gun Wrist-Watch)
นาฬิกายิงยาสลบ (Stun-Gun Wrist-Watch) เป็นสิ่งประดิษฐ์ของดร.อากาสะสามารถยิงเข็มยาสลบ ให้คนสลบได้ โดยหน้าจอจะสามารถยิงแสงอินฟาเรด ล็อคเป้าหมายได้ประมาณ 2 เมตร เ๘้มจะเคลือบด้วยยาสลบชนิดออกฤทธิ์เฉียบพลัน ยาจะแพร่กระจายไปทั่วร่างกายภายในเวลาไม่ถึง 5 วินาที ซึ่งส่วนใหญ่โคนันจะยิงยาสลบกับโมริ โคโกโรเพื่อใช้เเก้ไขคดี
แว่นตาสะกดรอย (Criminal Locator Glasses)
แว่นตาสะกดรอย (Criminal Locator Glasses) แว่นตาที่โคนันใส่อยู่เป็นประจำที่จริงก็คือ เครื่องสะกดรอย ซึ่งช่วยในการติดตามคนร้ายได้ง่ายขึ้น โดยการติดเครื่องส่งสัญญาณไว้ที่คนร้าย แล้วตำแหน่งที่อยู่ของคนร้ายซึ่งถูกติดเครื่องส่งสัญญาณไว้จะปรากฏบนเลนส์แว่น ซึ่งเครื่องรับ-ส่งสัญญาณจะมีปฏิกิริยาโต้ตอบกัน เมื่ออยู่ภายในรัศมี 20 กม.
สเก็ตบอร์ดติดเทอร์โบ (Solar-Powered Skateboard)
สเก็ตบอร์ดติดเทอร์โบ (Solar-Powered Skateboard) สามารถใช้งานโดยใช้พลังงานเเสงอาทิตย์ เมื่อกดปุ่มเร่งความเร็ว พลังงานแสงอาทิตย์จะถูกส่ง ผ่านแบตเตอร์รี่ไปยังมอเตอร์ ความเร็วสูงสุด คือ 80 กม./ชม.
สายดึงกางเกงยืดหดได้ (Klasticity Suspenders)
สายดึงกางเกงยืดหดได้ (Klasticity Suspenders) แค่กดปุ่มเดียวก็จะหดกลับมาจากสภาพที่กำลังยืด สามารถใช้งานได้สะดวก เช่น เวลาเกี่ยวของที่หนักให้ขึ้นมา โดยไม่ต้องใช้เเรงของเรา เป็นต้น
แฟกซ์มือถือรูปกล่องข้าว
แฟกซ์มือถือรูปกล่องข้าว เครื่องรับส่งแฟกซ์ที่มีรูปร่างเป็นกล่องข้าวปกติจะใส่ไว้ในเป้สะพายหลัง บ๊วยเค็มคือ สวิทช์เปิดเครื่อง เมื่อจะใช้งานแฟกซ์ต้องกดที่เม็ดบ๊วย ที่อยู่กลางกล่องข้าว
รองเท้าเพิ่มพลังเตะ (Power Assisted Kick Shoes)
รองเท้าเพิ่มพลังเตะ (Power Assisted Kick Shoes) เป็นรองเท้าที่ช่วยเพิ่มพลังเตะได้อย่างมาก เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ไฟฟ้าและพลังแม่เหล็กกระตุ้นจุดบนเท้า เพื่อเพิ่มพลังกล้ามเนื้อให้ถึงขีดสุด
เข็มกลัดนักสืบ
เข็มกลัดนักสืบ ภายในเป็นวิทยุสื่อสารขนาดจิ๋ว ใช้รับ-ส่งเสียงสื่อสารกันได้ ใช้ปุ่มด้านหลังปรับคลื่นก็จะรับสัญญาณได้แล้ว ถ้ากดปุ่มก็จะส่งสัญญาณได้

2006/Feb/12

ตอนจบของโดเรม่อน แบบที่ 1
วันหนึ่ง ซึ่งเป็นวันธรรมดาทั่ว ๆ ไป โนบิตะกลับมาจาก โรงเรียน ขึ้นไปยังห้องนอน และพบโดเรมอนกำลังนอน หลับอยู่เหมือนปกติ นี่ ! โดเรมอน ตื่นมาเล่นกันเถอะ แต่โดเรมอนก็ยังหลับอยู่ โนบิตะคิดว่าโดเรมอนคงเหนื่อยมาก จึงปลุกไม่ตื่น ดังนั้นโนบิตะจึงออกไปเล่นกับ ชิซูกะ และ เพื่อนคนอื่น หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมงโนบิตะกลับมายังบ้าน แต่โดเรมอนก็ยังหลับอยู่ โนบิตะรู้สึกแปลกใจ และพยายามปลุกโดเรมอนแต่ก็ไม่ปฎิกริยาใด ๆ ทั้งสิ้นจากโดเรมอน โนบิตะเริ่มรู้สึกกลัวและเหนื่อยที่จะปลุกโดเรมอน โนบิตะพยายามทำทุกอย่างแต่โดเรมอนก็ไม่ยอมตื่น โนบิตะรู้แล้วว่า มีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปและมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โนบิตะเริ่มร้องไห้โฮแต่โดเรมอนก็ไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว และแล้วโนบิตะก็คิดอะไรขึ้นมาได้ 1 อย่าง และกระโดดเข้าไปในโต๊ะที่มีไทม์แมชชีน และ โนบิตะก็ได้ไปในอนาคตเพื่อที่จะพบโดเรมีน้องสาวของโดเรมอน โนบิตะขอร้องให้โดเรมีช่วยและฝืนใจโดเรมีให้กลับมาในปี 1998 หลังจากที่มาถึง โดเรมีก็ได้เข้าไปตรวจสอบในตัวโดเรมอนว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้นไม่กี่นาที โดเรมีก็บอกโนบิตะว่า แบตเตอร์รี่หมดโนบิตะถูกทำให้เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นและถามโดเรมีเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่า

แบตเตอรี่หมดหรือ ? อย่างงั้นโดเรมอนก็ไม่เป็นไรสิ ใช่ไหม? ถ้างั้น ช่วยเปลี่ยยแบตเตอร์รี่ใหม่ให้หน่อยทำให้โดเรมอนกลับมามีชีวิตเหมือนเดิม โดเรมีมองมาที่โนบิตะ และสั่นหน้า แล้วพูดว่าฉันควรจะเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ใหม่หรือ โนบิตะจึงถามกลับว่า ทำไมโดเรมีจึงพูดอย่างนั้น โดเรมีจึงตอบ ว่า แบตเตอร์รี่หลักของโดเรมอนอยู่ตรงนี้ ใกล้กับกระเป๋าและก็ถูกใช้หมดแล้ว แต่จริง ๆ แล้วก็ยังมีแบตเตอร์รี่สำรองอยู่ที่หูแต่อย่างทีรู้ ๆ กันอยู่ว่า หูทั้งสองข้างของโดเรมอนถูกหนูกินไปเมื่อหลายปีก่อนดังนั้นตอนนี้จึงไม่มีแบตเตอรรี่สำรอง โนบิตะ จึงถามโดเรมี เธอหมายความว่าไงน่ะ ฉันหมายความว่า ถ้าฉันเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ใหม่โดเรมอนจะสูญเสียความจงจำทั้งหมดเกี่ยวกับโนบิตะตลอดกาล แล้วฉันควรจะเปลี่ยนหรือ อะไรนะ โนบิตะปิดตาแล้วก็ร้องไห้ แต่หลังจากนั้นไม่กี่นาที โนบิตะก็หยุดร้อง และพูดเบา ๆ กับโดเรมีว่า ขอบคุณมาก ผมจะจัดการส่วนที่เหลือเอง เธอควรจะกลับไปยังอนาคตได้แล้วโดเรมีไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ก็เข้าไปกอดโนบิตะ แล้วโดเรมีก็ลาโนบิตะกลับบ้าน หลังจากที่โดเรมีกลับไปแล้ว โนบิตะก็อุ้มโดเรมอนไปไว้บนชั้น

---- หลายปีผ่านไป------------

ในปี 2010 โนบิตะโตเป็นผู้ใหญ่ ตั้งแต่วันนั้น โนบิตะก็เปลี่ยนแปลงและเรียนหนังสืออย่างหนัก และก็ไม่เคยร้องไห้อีก และเขาอยู่โดยไม่มีโดเรมอนโนบิตะบอกชิซูกะ และ เพื่อนๆ ทั้งหลายว่า โดเรมอนต้องกลับไปยังอนาคตและไม่สามารถมา พบเพื่อน ๆ ทั้งหลายได้อีกแล้วชิซูกะประทับใจในตัวโนบิตะที่มีความเปลี่ยนแปลง และต่างจากเมื่อ 10 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิงและทั้งสองก็รักกัน แล้วแต่งงานกัน โนบิตะเป็นนักวิทยาศาสตร์และทำห้องของเขาเป็นห้องทดลอง และเขาก็ได้ตั้งใจทำงานอย่างหนักในงานของเขาและห้ามไม่ให้ชิซูกะ เข้ามายังห้องทดลอง และแล้ววันหนึ่งโนบิตะก็เรียกให้ชิซูกะเข้ามายังห้องทดลอง และมันเป็นครั้งแรกที่ชิซูกะเข้ามายังห้องของสามีของเธอในขณะที่เธอเข้ามายังห้อง เธอถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออกเธอเห็นโดเรมอนเพื่อนเก่าของเธอที่เคยเล่นด้วยกัน ในตอนที่ยังเป็นเด็กโดเรมอนไม่ขยับ และ เหมือนกับกำลังหลับ ดูนี่! ชิซูกะผมจะเสียบปลั๊กแล้วนะโนบิตะเปิดสวิตช์หลัก บนตัวของโดเรมอน โดเรมอนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นเป็นเป็นช่วงที่ ทำให้เข้าใจได้ว่าใครเป็นผู้ที่คิดค้นโดเรมอนขึ้นมาซึ่งก็คือโนบิตะนั่นเอง เขาเรียนอย่างหนัก เพื่อที่ว่าจะได้พบ และพูดคุย กับโดเรมอนเพื่อนรักของเขา ที่มารู้จักกัน แล้วก็จากไป

โนบิตะเป็นผู้หนื่งที่ได้สร้างโดเรมอนขึ้นมาเขาคิดค้นโปรแกรม และโครงสร้างทั้งหลาย สำหรับหุ่นยนต์โดเรมอน โนบิตะและชิซูกะร้องไห้อย่างเงียบ ๆ โดเรมอนก็ลืมตาขี้น และก็พูดว่า โนบิตะนายทำการบ้านเสร็จแล้วหรือ มันเหมือนกับมี ก้อนเมฆสีขาวก้อนเดิม อยู่บนท้องฟ้าช่างเหมือนกับเวลาแห่งความทรงจำในอดีต ที่พวกเขามีร่วมกัน

ตอนจบของโดเรม่อน แบบที่ 2
ตอนจบของเรื่องที่อาจารย์ ฟูจิโกะ และฟูจิโอะร่างไว้เป็น ตอนจบจริงๆของ โดเรมอนไม่ใช่ โดเรมอน กลับอนาคตหรอก... จริงๆแล้วของ original ที่ อ.ฟุจิโกะ เขียนเป็น story board ไว้ก่อนที่จะอ.จากไป วันหนึ่ง ฉากในโรงพยาบาล โนบิตะตื่นขึ้นมา และเจอพ่อกับแม่และเพื่อนๆ ครบทุกคนยืนอยู่รอบเตียง แล้วโนบิตะก็ถามถึงโดเรมอน ทุกคนกลับปฎิเสธว่า ไม่รู้จักและบอกโนบิตะว่า โนบิตะหลับมานานเป็นปีแล้วเนื่องจากไม่สบาย และโนบิตะก็นึกย้อนถึงเรื่องราวเกี่ยวกับโดเรมอน ทั้งการผจญภัยต่างๆ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงความฝันเท่านั้นโดเรมอน เซวาสึ โดเรมี ล้วนเป็น ความฝันของเขาทั้งสิ้น โนบิตะเป็นเด็กที่ไม่แข็งแรง และไม่มีเพื่อนรักที่ จะอยู่ด้วย เขาต้องนอนโรงพยาบาลตลอดเวลาและเขาก็หลับไป ฉากต่อมา เริ่มที่ พ่อแม่และเพื่อนๆของโนบิตะร้องไห้กันอยู่ในงานศพของ โนบิตะ..เขาจากไปก่อนวัยอันควร..และเรื่องราวทุกอย่างก็จบลง ที่โนบิตะฝันถึงโดเรมอนและอนาคตนั้นเป็นเพราะเขารู้ดีว่า เขาจะต้อง ตายในอีกไม่นาน เขาจึงอยากที่จะมีอนาคตมีเพื่อนรัก มีการผจญภัยสนุกสนาน แต่ฝันของเขาก็ไม่มีวันเป็นจริง... ตลอดไป......

ตอนนี้เป็นเพียงตอนที่ยังไม่ตกลงว่าจะออกพิมพ์หรือทำเป็นภาพยนตร์การ์ตูน แต่อย่างใด เพราะคงไม่มีใครอยากให้จบแบบนี้


แหล่งข้อมูล www.yenta4.com/game/ending-dora.php

2006/Feb/09

ผ่านปีใหม่มาแล้วตั้งเดือนนึงแหนะเรวเนอะ(ขออัพย้อนหลัง)ก้อคือว่าพักนี้การบ้านเยอะมากกกปีใหม่ใครไปฉลองที่ไหนมาบ้าง ก้อมาบอกด้วยก้อละกัน ส่วนเราก้อฉลองปีใหม่อยู่ที่บ้าน ดูทีวีไปกินหนมไป ช่างสบายเจงๆ ช่วงนี้ก้อขออัพแค่นี้ก่อนก้อละกัน เพราะว่าม่ายค่อยมีอะรัยจามาอัพ ถ้าเกิดหายไปนานกว่าตอนนี้ก้อคือน่าจะมาอัพตอนปิดเทอมก้อละกัน